สำหรับผู้เทรดที่เข้าร่วม Stellar 2-Step Challenge ขีดจำกัดการขาดทุนสูงสุด (Maximum Loss Limit) คือ 10% ของ Account Balance เริ่มต้นของพวกเขา ในขณะที่สำหรับผู้เทรดที่ลงทะเบียนใน Stellar 1-Step Challenge ขีดจำกัดการขาดทุนสูงสุดคือ 6% ของ Account Balance เริ่มต้นของพวกเขา
นอกจากนี้ สำหรับผู้เทรดที่เข้าร่วม Stellar Lite Challenge ขีดจำกัดการขาดทุนสูงสุดคือ 8% ของ Account Balance เริ่มต้นของพวกเขา
เรามาดูตัวอย่างเพื่ออธิบายการคำนวณนี้ สมมติว่าคุณได้ซื้อ Stellar 2-Step Account มูลค่า $100,000 นี่คือวิธีการคำนวณ:
กรณีที่ 01:
สมมติว่าคุณเริ่มต้นด้วยบัญชี $100,000 และ Maximum Loss Limit ของคุณตั้งไว้ที่ 10% ($10,000) ซึ่งหมายความว่าหาก Account Balance/Equity ของคุณลดลงต่ำกว่า $90,000 จะถือว่าเป็นการละเมิดกฎ เพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดดังกล่าว คุณต้องมั่นใจว่า Account Balance/Equity ของคุณยังคงอยู่เหนือ $90,000
กรณีที่ 02:
ตอนนี้ สมมติว่าคุณเริ่มต้นด้วยบัญชี $100,000 และทำกำไรได้ $4,000 ในสถานการณ์นี้ Maximum Loss Limit ของคุณจะเพิ่มขึ้นเป็น $14,000 ($10,000 ขีดจำกัดเดิม + $4,000 กำไร) ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถรับความขาดทุนรวมได้ถึง $14,000 และหาก Account Balance/Equity ของคุณลดลงต่ำกว่า $90,000 จะถือว่าเป็นการละเมิดกฎ
กรณีที่ 03:
สมมติว่าคุณเริ่มต้นด้วยบัญชี $100,000 และหลังจาก trading cycle ของคุณ คุณขาดทุน $2,000 โดยไม่มีการละเมิดใดๆ ซึ่งหมายความว่าคุณต้องเริ่ม trading cycle ถัดไปด้วยยอดเงิน $98,000 สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าในสถานการณ์นี้ Maximum Loss Limit ของคุณจะไม่ถูก reset ในรอบถัดไป และจะลดลงเหลือ $8,000 ($98,000–$90,000) ดังนั้น หาก Account Balance/Equity ของคุณลดลงต่ำกว่า $90,000 ในระหว่างการเทรด จะถือว่าเป็นการละเมิดกฎทั้งใน Challenge Phase และ FundedNext Account Phase
สรุปแล้ว การเข้าใจ Maximum Loss Limit เป็นสิ่งสำคัญในการจัดการบัญชี Trading ของคุณ โดยการรักษา Account Balance/Equity ให้สูงกว่าระดับ 90% คุณจะสามารถหลีกเลี่ยงการละเมิดกฎและรับประกันเส้นทางการเทรดที่ประสบความสำเร็จ
